tubapage2
About Me
Broadway Straight คืออะไร และสำคัญยังไง
โป๊กเกอร์มือใหม่ คือการเทียบว่าคุ้มไหมที่จะ call เมื่อเทียบกับเงินที่อยู่ในพอตและเงินที่เราต้องจ่ายเพิ่ม หลักคิดง่ายๆ คือถ้า equity ของเราสูงกว่า pot odds ก็ควร call ถ้าต่ำกว่าชัดเจนก็ควร fold ส่วน implied odds คือโอกาสได้เงินเพิ่มในอนาคตหากเราติดมือ ยกตัวอย่างเรามี draw ที่ดูเหมือน call ไม่คุ้มตามตัวเลขปัจจุบัน แต่ถ้าคาดว่าติดแล้วจะได้เงินเพิ่มจากคู่ต่อสู้ในสตรีทถัดไป มันอาจกลายเป็นการ call ที่ดีได้ในระยะยาว การเข้าใจ absolute hand strength และ relative hand strength ก็สำคัญมาก เพราะมือเดียวกันอาจแข็งมากในบอร์ดหนึ่ง แต่กลับอ่อนในอีกบอร์ดหนึ่ง เช่น top pair อาจดีในบอร์ดแห้ง แต่แทบไร้ค่าในบอร์ดที่เชื่อมกันมาก
สำหรับ Straight มีมือพิเศษที่ต้องจำให้ได้คือ Wheel straight และ Broadway straight Wheel straight คือ A-2-3-4-5 โดย Ace จะนับเป็น 1 ได้ มือแบบนี้ถือเป็น Straight ต่ำสุด ส่วน Broadway straight คือ A-K-Q-J-10 ซึ่งเป็น Straight สูงสุด และถ้าไพ่ทั้งห้าใบเป็นดอกเดียวกันก็จะกลายเป็น Royal Flush ทันที การรู้สองรูปแบบนี้ช่วยให้คุณอ่านบอร์ดและอ่านไพ่ตัวเองได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะตอนเล่น Texas Holdem จริงที่จังหวะบนโต๊ะเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าจำพวกนี้ได้คุณจะไม่พลาดการนับ Straight ที่ถูกซ่อนอยู่ในบอร์ด
นอกจากนั้นยังมีเรื่อง absolute hand strength และ relative hand strength ที่ควรแยกให้ออก absolute hand strength คือความแข็งของมือแบบตรงๆ เช่น คุณมี top pair, two pair หรือ set ส่วน relative hand strength คือความแข็งของมือนั้นเมื่อเทียบกับบอร์ดและช่วงไพ่ของคู่ต่อสู้ มือที่ดูแรงบนกระดาษอาจไม่แรงในสถานการณ์จริง เช่น overpair บนบอร์ดเปียกที่มีหลาย draw อาจไม่ได้แข็งอย่างที่คิด ในทางกลับกัน มือที่ดูธรรมดาอย่าง middle pair บางครั้งอาจดีพอที่จะ call ได้ถ้าบอร์ดและไลน์การเล่นของคู่ต่อสู้บอกว่าเขาอาจบลัฟได้ การอ่าน board texture poker จึงเป็นทักษะที่แยกคนเล่นเป็นกับคนเล่นแบบเดาออกจากกัน
อีกคำถามยอดฮิตคือ two pair vs three of a kind อะไรแรงกว่า คำตอบสั้นที่สุดคือ three of a kind แรงกว่า two pair เสมอ ต่อให้ Two Pair ของคุณดูหรูหราแค่ไหน เช่น A-A-K-K แต่ถ้าอีกฝ่ายมีตอง 3-3-3 คุณก็ยังแพ้ เพราะลำดับไพ่โป๊กเกอร์กำหนดไว้ชัดเจนว่า Three of a Kind อยู่เหนือ Two Pair หลายคนพลาดตรงนี้เวลาเปิดไพ่จริง โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มจำลำดับไพ่ อาจจำได้แค่ว่า “มีคู่เยอะน่าจะชนะ” ซึ่งไม่ใช่หลักที่ถูกต้อง วิธีจำที่ง่ายที่สุดคือยึดคติว่า “ยิ่งเกิดยาก ยิ่งแรง” ถ้าคุณจำหลักนี้ได้ จะช่วยลดความสับสนเรื่องจำลำดับไพ่ยังไงให้แม่นขึ้นมาก
คำถามที่เจอบ่อยมากคือทำไม Flush ถึงแรงกว่า Straight คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความรู้สึก แต่อยู่ที่ความน่าจะเป็นของการเกิดมือเหล่านี้จริง ๆ เพราะในโป๊กเกอร์มือที่เกิดยากกว่ามักจะถูกจัดให้แรงกว่า เมื่อดูจำนวนคอมบิเนชันที่เป็นไปได้ Straight เกิดได้มากกว่า Flush จึงถือว่า Flush ยากกว่าและแรงกว่า การเข้าใจเรื่องนี้ช่วยให้คุณไม่สับสนเวลาอ่านบอร์ด เช่น บอร์ดที่ดูเหมือนมีทางเป็น Straight กับ Flush พร้อมกัน คุณจะเริ่มคิดได้ว่าไพ่มือไหนน่าจะชนะมากกว่า ไม่ใช่ดูจากความรู้สึกอย่างเดียว หลักคิดนี้สำคัญมากสำหรับคนที่อยากพัฒนาไปสู่การอ่านเกมที่แม่นขึ้น เพราะโป๊กเกอร์ไม่ได้วัดกันที่ดวงล้วน ๆ แต่วัดกันที่การประเมินความเป็นไปได้อย่างมีระบบ
อีกคู่คำถามยอดฮิตคือ two pair vs three of a kind ใครแรงกว่ากัน คำตอบคือ Three of a Kind แรงกว่า Two Pair เสมอ หลายคนที่เพิ่งเริ่มเล่นมักคิดว่า two pair ดูเหมือนจะดีกว่าเพราะมีสองคู่ แต่ตามลำดับไพ่โป๊กเกอร์จริง ๆ แล้ว Three of a Kind ยังอยู่สูงกว่า เพราะเป็นมือที่เกิดยากกว่าและมีความแข็งแกร่งทางสถิติมากกว่า ในเกมจริงคุณอาจเห็น Two Pair ที่ดูสวยมาก เช่น A-A-K-K แต่ก็ยังแพ้ Three of a Kind ธรรมดาอย่าง 3-3-3 ได้อยู่ดี การจำลำดับไพ่ไม่ใช่แค่เพื่อรู้ว่ามือไหนชนะ แต่ยังช่วยให้คุณประเมินความเสี่ยงได้ว่าเมื่อคู่ต่อสู้แอ็กชันแรงบนบอร์ดแบบไหน เขามีโอกาสถือมือแข็งแรงจริงหรือเป็นแค่การบลัฟ
ลำดับไพ่โป๊กเกอร์แบบมาตรฐานสากลมีทั้งหมด 10 มือ เรียงจากแรงที่สุดไปอ่อนที่สุด มือที่แข็งแรงที่สุดคือ Royal Flush ซึ่งก็คือ A-K-Q-J-10 ดอกเดียวกัน หลายคนจำแค่ว่าเป็นไพ่ดีที่สุด แต่ไม่ค่อยรู้ว่ามันหายากมากแค่ไหน ในแง่โป๊กเกอร์ความน่าจะเป็น มือแบบนี้เกิดขึ้นน้อยมากจนแทบไม่เจอในชีวิตจริง ต่อมาคือ Straight Flush ซึ่งเป็นไพ่ห้าใบเรียงกันและดอกเดียวกัน เช่น 5-6-7-8-9 โพแดง จากนั้นเป็น Four of a Kind หรือไพ่สี่ใบเลขเดียวกัน เช่น Q-Q-Q-Q มือถัดมาคือ Full House ซึ่งประกอบด้วยตองหนึ่งชุดกับคู่หนึ่งชุด เช่น K-K-K-7-7 หลายคนมือใหม่มักสับสนว่า Flush กับ Full House อันไหนแรงกว่า คำตอบคือ Full House แรงกว่าเสมอ จากนั้นจึงเป็น Flush ที่เป็นไพ่ห้าดอกเดียวกันแต่ไม่ต้องเรียง Straight คือไพ่ห้าใบเรียงกันแต่ไม่จำเป็นต้องดอกเดียวกัน Three of a Kind คือไพ่ตอง Two Pair คือสองคู่ One Pair คือคู่เดียว และสุดท้ายคือ High Card หรือไม่มีมืออะไรเลย ชนะกันด้วยไพ่สูงสุดที่เหลืออยู่ทั้งหมด
หนึ่งในจุดที่ทำให้มือใหม่งงมากที่สุดคือ kicker คืออะไร กฎ kicker สำคัญตรงที่มันใช้ตัดสินเมื่อผู้เล่นสองคนมีมือหลักเท่ากัน เช่น ทั้งสองคนได้ One Pair เหมือนกัน หรือ Two Pair เหมือนกัน แต่ไพ่ที่เหลือหรือไพ่สำรองที่ใช้เทียบกันจะเป็นตัวตัดสินว่าฝ่ายไหนชนะ ตัวอย่างง่ายๆ คือคุณถือ A-K อีกฝ่ายถือ A-Q แล้วบอร์ดออก A-7-3-2-5 ทั้งสองคนได้ One Pair คือคู่ A เท่ากัน แต่ kicker ของคุณคือ K ส่วนของคู่แข่งคือ Q ดังนั้น K ชนะ Q คุณจึงชนะพอตนี้ไป นี่แหละคือความหมายของ kicker ในโป๊กเกอร์ ซึ่งหลายคนมักมองข้ามเพราะคิดว่าแค่มีคู่เหมือนกันก็เสมอแล้ว ทั้งที่จริงไม่เสมอเสมอไป
อีกคำถามยอดนิยมคือ two pair vs three of a kind ใครแรงกว่า คำตอบชัดเจนคือ three of a kind แรงกว่า two pair เสมอ ไม่ว่าจะเป็นทูแพร์ใหญ่แค่ไหนก็ตาม เช่น A-A-K-K ก็ยังแพ้ 3-3-3 แบบธรรมดา เพราะลำดับไพ่โป๊กเกอร์ตัดสินกันที่ชนิดของมือก่อน แล้วค่อยไปดูอันดับของไพ่ในมือนั้นทีหลัง มือใหม่หลายคนพลาดตรงนี้เพราะเห็นสองคู่ใหญ่แล้วคิดว่าตัวเองน่าจะเหนือกว่า แต่ในระบบโป๊กเกอร์จริงๆ ตองมีมูลค่าสูงกว่าเสมอ
ถ้าจะสรุปแบบง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ ให้จำว่า absolute hand strength คือความแรงของมือเราตามลำดับไพ่โดยตรง ส่วน relative hand strength คือความแรงของมือนั้นเมื่อเทียบกับบอร์ดและช่วงมือของคู่แข่ง มือที่ดูแรงบนกระดาษอาจอ่อนมากบนบอร์ดบางแบบ เช่น One Pair อาจดูดีในบางสถานการณ์ แต่ถ้าบอร์ดออกสูงและเชื่อมกันหลายใบ มือคู่นั้นอาจไม่แข็งอย่างที่คิด การอ่าน board texture จึงสำคัญมาก เพราะมันเป็นตัวบอกว่ามือคู่แข่งน่าจะเชื่อมติดกับบอร์ดแบบไหน และเราอยู่ในสถานะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ถ้าคุณเริ่มคิดแบบนี้ได้ คุณจะเข้าใกล้แนวทาง GTO poker strategy มากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ยังไม่ได้เล่นระดับสูงก็ตาม
นอกจากลำดับไพ่ปกติ ยังมี Straight แบบพิเศษที่ควรรู้คือ Wheel straight และ Broadway straight Wheel straight คือ A-2-3-4-5 ซึ่ง Ace ในกรณีนี้นับเป็นเลข 1 ได้ จึงเป็น Straight ที่ต่ำที่สุด ในทางกลับกัน Broadway straight คือ A-K-Q-J-10 ซึ่งเป็น Straight ที่สูงที่สุด แต่ถ้าทั้งห้าใบเป็นดอกเดียวกันเมื่อไร มันจะกลายเป็น Royal Flush ทันที ความรู้ตรงนี้สำคัญมาก เพราะหลายคนตอนเล่นจริงมองไม่ออกว่า A-2-3-4-5 นับเป็นสเตรทได้ และบางคนก็นึกว่า Ace มีค่าเดียวตลอดทั้งเกม ทั้งที่ในกติกา Texas Holdem Ace สามารถเป็นทั้งค่าสูงและค่าต่ำได้ตามบริบทของไพ่เรียง
ในบรรดาไพ่แบบสเตรท ยังมีมือพิเศษที่ควรรู้ คือ Wheel straight และ Broadway straight Wheel straight คือ A-2-3-4-5 ซึ่งเป็นสเตรทต่ำสุดในเกม โดย Ace จะนับเป็น 1 ได้ในกรณีนี้เท่านั้น ส่วน Broadway straight คือ A-K-Q-J-10 ซึ่งเป็นสเตรทสูงสุด ถ้าเป็นดอกเดียวกันทั้งหมดจะไม่ใช่แค่สเตรทธรรมดา แต่กลายเป็น Royal Flush ทันที มือพิเศษสองแบบนี้มักทำให้มือใหม่สับสน โดยเฉพาะเวลามี A อยู่ในมือ แล้วไม่แน่ใจว่ามันนับสูงหรือต่ำ คำตอบคือในโป๊กเกอร์ Ace สามารถเป็นได้ทั้งสูงและต่ำ แต่จะใช้ได้ตามรูปแบบของสเตรทเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะเล่นที่ไหน สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเข้าใจพื้นฐานให้แน่น เพราะถ้าคุณรู้ลำดับไพ่โป๊กเกอร์ครบ รู้ว่า kicker ใช้ตัดสินอย่างไร รู้ว่า split pot เกิดเมื่อไร และอ่าน pot odds กับ outs ได้ คุณจะตัดสินใจได้ดีขึ้นทันทีในเกมจริง โป๊กเกอร์ไม่ใช่เกมเดาอย่างเดียว แต่เป็นเกมของข้อมูล ความน่าจะเป็น และการเลือกจังหวะที่เหมาะสม ถ้าจำอะไรจากบทความนี้ได้อย่างเดียว ขอให้จำไว้ว่าไพ่ที่เกิดยากมักแรงกว่า รู้ลำดับมือให้แม่น รู้วิธีเทียบไพ่ให้ชัด แล้วค่อยฝึกอ่านเกมเพิ่ม ถ้าคุณทำได้แบบนี้ โป๊กเกอร์จะสนุกขึ้นมากและมีโอกาสพัฒนาเป็นผู้เล่นที่ดีได้จริง และถ้าจะลองเล่นออนไลน์ QQPK ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่หลายคนในโซนเอเชียเลือกใช้กันอยู่ในตอนนี้
